แผนไดเอตตามกรุ๊ปเลือด กินแบบไหนดี

26_20130208141318.

Blood Type Diet การกินตามกรุ๊ปเลือด ถูกพัฒนาโดย Naturopathic Physician นามว่า ปีเตอร์ ดี อาดาโม่ การไดเอ็ตนี้มีชื่อว่า “Eat Right For Your Type” หรือก็คือ จะแนะนำให้คนเรากินอาหารโดยอิงจากกรุ๊ปเลือด A B AB หรือ O โดยอ้างว่า กรุ๊ปเลือดแต่ละชนิดนั้น จะย่อยโปรตีนจากอาหาร (เรียกว่าเลคติน) ได้ต่างกัน นอกจากนี้ ยังกล่าวว่า การกินอาหารที่มีเลคตินผิดประเภทสำหรับร่างกายคุณนั้นจะส่งผลกระทบในทางลบต่อร่างกาย เช่น บวมน้ำ เมตาบอลิซึมถดถอย และแม้แต่มะเร็งบางชนิด ในทางตรงกันข้ามก็เชื่อว่า การกินอาหารที่ถูกประเภทสำหรับคุณจะทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น

กรุ๊ป O

เป็นกรุ๊ปเลือดแรกที่เก่าแก่สุดของมนุษย์เรา เชื่อว่าคนที่มีกรุ๊ปเลือดนี้จะมีความเป็นนักล่าจากบรรบุรุษของพวกเราหลงเหลืออยู่ในตัว จึงเหมาะสำหรับอาหารแบบโปรตีนสูง คือ เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ ปลา ธัญพืช และขนมปัง กับการออกกำลังกายอย่างเข้มข้น

กรุ๊ป A

เชื่อว่ากรุ๊ปเลือดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มนุษย์เรามีการทำเกษตรกรรมแล้ว เพราะเราต้องมีการย่อยคาร์โบไฮเดรตได้ดีมากขึ้น ดังนั้น คนกรุ๊ปเลือดเอจึงเหมาะสำหรับโปรตีนถั่วเหลือง ธัญพืช ผัก แต่ในขณะเดียวกัน ต้องกินเนื้อแดงน้อยกว่าคนกรุ๊ปเลือดอื่น ๆ เช่นเดียวกับการออกกำลัง ก็ต้องเบากว่ากรุ๊ปโอด้วย

กรุ๊ป B

เชื่อว่ากรุ๊ปนี้มีความสามารถในการปรับตัวที่ดี พร้อมกับมีระบบย่อยอาหารที่ค่อนข้างจะยืดหยุ่น ดังนั้น คุณสามารถกินผลิตภัณฑ์จากนมได้สบาย และยังกินเนื้อสัตว์ได้อีกด้วย อย่างไรก็ดี อาจจะต้องหลีกเลี่ยงข้าวโพด ธัญพืช ถั่วเปลือกแข็ง มะเขือเทศ และพีนัท ในขณะที่การออกกำลังกายของคุณสามารถหนักกว่ากรุ๊ปเอ ให้อยู่ในระดับปานกลาง

กรุ๊ป AB

กรุ๊ปนี้จะมีคุณสมบัติรวมของเอและบี คนกรุ๊ปเลือดนี้อาจจะหลีกเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์และหันมากินเต้าหู้ อาหารทะเลหรือนมแทน สามารถออกกำลังกายสลับหนัก-เบาได้

การกินตามกรุ๊ปเลือดนั้น จะทำให้คุณลดน้ำหนักตัว กระปรี้กระเปร่า และสุขภาพโดยรวมแข็งแรงขึ้น อย่างไรก็ดีการไดเอตแบบนี้เน้นที่ผลของสุขภาพและการป้องกันโรคมากกว่าเรื่องการลดน้ำหนัก แผนการไดเอตดังกล่าวอ้างอิงจากความเชื่อว่าเราทุกคนแตกต่างกันในเรื่องของอาหาร ไม่มีการควบคุมแคลอรีในไดเอตเช่นนี้ หมายความว่า จะไม่มีความหิวโหยที่เกิดจากการไดเอต แต่อาจจะไม่เห็นผลในเรื่องของการลดน้ำหนักอย่างแท้จริง อย่างไรก็ดี เนื่องจากมีการสนับสนุนให้ออกกำลังกายร่วมด้วย หลายคนจึงเห็นผลจริง

สถานที่ท่องเที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลาน

วันแรกของการเดินทาง เราเริ่มเดินทางออกจาก กรุงเทพฯ ประมาณเกือบๆ 3 ทุ่ม โดยดูจากแผนที่นี่แหละ (เพราะไม่เคยไป) ก็คลำๆทางไปเรื่อยๆ แล้วก็ไปถึง ประมาณ ตี5 เราจะเริ่มเดือนทางจากท่าเรือประมาณ 8 โมง (ไม่นอนเลยขับรถกันยาวมาตลอดคืน)

ระหว่างนั่งเรือไป มีเขามากมาย (กุ้ยหลินเมืองไทยจริงๆ) ทำให้เราตื่นตาตื่นใจ อดไม่ได้ที่จะแชะรูป มาเพียบ ที่เราชอบจะ ที่สำคัญที่นี่น้ำใสมากๆ สีเขียวเลยอะ

1388-attachment

การเดินทางโดยเรือใช้เวลาประมาณ 45-60 นาที (ขึ้นอยู่กับแวะถ่ายรูปเยอะป่าว) ก็ถึงที่จอดเรือ เพื่อเดินเท้าต่อไปประมาณ 1.5 กม.เพื่อจะไปแพทะเลใน 500ไร่ พอเดินถึงนั่งแพยนต์ไปอีกนิดนึงก็ถึงแพ500ไร่ โอ้วว!! มันสวยมาก เป็นแพบ้านๆ หันหน้าให้กับทิวเขาเลยอะ แถมมีหมอกพาดผ่าน อย่างสวยงาม ธรรมชาตินี่ช่างสร้างจริงๆ

1389-attachment

1391-attachment

พอทานอาหารเสร็จ เราก็ไปพายเรือเล่น สนุกดี (พายไม่ค่อยเป็นเท่าไร) พายไปซื้อขนมอะ แล้วก็กลับมาเล่นน้ำใสๆ แบบว่า น้ำใสจริงๆ ไม่ค่อยเย็นมาก เล่นได้นานเลย

1396-attachment

ประมาณ 16.00 น.ก็ไปดูถ้ำปะการัง โดย(แพยนต์อีกแล้ว)โอ้ว!!มายกอด มันแปลกจริง หินอะไร งอกออกมาเป็นดอกปะการังเลย (อันนี้ต้องไปดูด้วยตาอะ มันสวยมากๆ)มันสมบูรณ์มากๆ ถ้ำมันไม่ลึกเท่าไร เท่าที่มองดูยังไม่มีทางการมาดูแลมากมายเท่าไร เพราะหินที่งอกใหม่ไม่มีการกั้นคอก เพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวไปเหยียบมันอ่ะ

หลังจากนั้นก็กลับมาอาบน้ำอาบท่า (อาบท่าจริงๆ ) ก็อาบหน้าแพที่เรานอนแหละ พออาบน้ำเสร็จก็ไปทางอาหารเย็น หลังจากนั้นก็พักผ่อนตามอัธยาศัย

พอ 2 ทุ่ม ลุงดำ(โชว์เฟอร์แพยนต์ที่น่ารัก) ก็มารับไปส่องสัตว์ ตอนแรกเราก็งงว่า เค้าไนท์ซาฟารีกลางน้ำด้วยหรอ?? โอ้วๆ ที่จริง เค้าพาเรานั่งเรือยนต์ออกไปกลางน้ำ แล้วก็มีไฟส่องไกลๆ ไปตามเขาอะ ลุงดำบอกว่า ปกติตีนเขา จะมีกวาง กับกระทิง และสัตว์อื่นๆ ลงมากินน้ำ กินอาหาร ตอนมืดๆ เพราะป่ามันเป็นป่าทึบมากๆ และแล้ว มันก็มีกวางจริงๆแหละ ไม่น่าเชื่อเลย เค้าออกมากินน้ำ และเห็นชนีบนยอดไม้ ลุงดำบอกว่า ปกติจะเห็นเยอะกว่านี้ถ้าเป็นเดือนมืด แต่นี่มันเดือนหงาย สัตว์ไม่ค่อยกล้าออกมาอะ หลังจากนั้นเราก็เดินทางกลับสู่แพเพื่อนอนหลับฝันดี

1394-attachment

วันที่ 2 ของการเดินทาง ตื่นแต่เช้า( 6.00 น.) ลุงดำเจ้าเก่า มารับไปดูหมอกยามเช้า ว้าวววววว สวยจริงๆ หมอกเยอะมากๆ เป็นทางยาวเลย นั่งล่องแพไปอากาศเย็นๆยามเช้า กับสายหมอกที่สวยงาม ช่างโรแมนติกเหลือเกิน..อิอิ ระหว่างก็เห็นนกเงือก (ตัวใหญ่มาก) มันมากันเป็นฝูงเลย บินอยู่ยอดเขา มีอีเห็น (มันเหมือนลิงผสมชะนี มองไกลๆอะ)

พอกลับมาถึงก็ทานอาหารเช้า เตรียมตัวออกจากแพ 500ไร่ เพื่อเดินทางสู่ ภูผาและลำธาร รีสอร์ท

การเดินทาง

ระยะทางของเขื่อนเชี่ยวหลาน

ห่างจาก กรุงเทพ 730 กม.

ห่างจาก อ.เมืองสุราษฎร์ธานี 85 กม.

ห่างจาก อ.เมืองพังงา 100 กม.

ห่างจาก อ.เมืองภูเก็ต 170 กม.

ห่างจาก อ.เมืองกระบี่ 150 กม.

ห่างจาก อ.พุนพิน (สถานีรถไฟ) 70 กม.

ห่างจาก ปากทางเข้าเขื่อ 13 กม.

ห่างจาก อช.เขาสก 60 กม.

ทางรถยนต์

จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ไปจนถึงจังหวัดชุมพร

จากนั้นตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 41 จนถึง อ.พุนพิน ตรงสี่แยก ที่สามารถเข้าจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้

ไม่ต้องเข้าตัวจังหวัด ให้ตรงไปเรื่อยๆ จนถึงแยก ท่าโรงช้าง ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 401

จากนั้นประมาณ 40 กม. ก่อนจะถึง ตัว อ.บ้านตาขุน

จะมีป้ายใหญ่ ของเขื่อนรัชชะประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) ทางขวามือ

ทางรถทัวร์

ถ้ามาจากกรุงเทพ ให้ขึ้นรถทัวร์ที่ไปยัง ภูเก็ต หรือ พังงา แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าลง ปากทางเข้าเขื่อนรัชชะประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) ตรง อ.บ้านตาขุน

จากสถานีขนส่งสายใต้ มีรถโดยสารประจำทาง เดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง